Applied Economics Journal

วารสารเศรษฐศาสตร์ประยุกต์

Applied Economics Journal

ISSN 0858-9291

***สำหรับค้นหาบทความและข่าวประชาสัมพันธ์
หน้าหลัก แนะนำวารสาร บทความ คณะผู้จัดทำ แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อเรา
      ข้อมูลทั่วไป
  • ตีพิมพ์ผลงานประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจและสังคม
  • ผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และ ผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา
  • ตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (มิ.ย, ธ.ค.)

วารสาร ปีที่ 22 ฉบับที่ 2
วารสาร ปีที่ 22 ฉบับที่ 2
ภาระภาษีและความเหลื่อมล้ำของระบบภาษีภาครัฐบาลไทย


ชัยรัตน์ เอี่ยมกุลวัฒน์


ภาษีทางอ้อมคิดเป็นร้อยละ 47.9 ของรายได้ภาครัฐบาล ส่วนภาษีทางตรงคิดเป็นร้อยละ 40.7 ในปี 2557 เมื่อคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประชาชาติ รายได้ภาครัฐบาลคิดเป็นร้อยละ 25.71 แบ่งออกเป็นรายได้ของรัฐบาลกลางร้อยละ 22.79 และรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้อยละ 2.92 รายได้ภาครัฐบาลยังสามารถจำแนกเป็นภาษีทางตรง ร้อยละ 10.92 ภาษีทางอ้อมร้อยละ 11.62 และรายได้ที่ไม่ใช่ภาษีร้อยละ 3.17 ภาษีทางตรง ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีการโอนที่ดิน ภาษีรถยนต์และล้อเลื่อน ยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่ มีลักษณะก้าวหน้าและลดความไม่เท่าเทียมกัน ภาษีทางอ้อมได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต รวมทั้งภาษีทางอ้อมอื่นๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกเว้นภาษีศุลกากร มีลักษณะถดถอยและเพิ่มความไม่เท่าเทียมกัน ภาระภาษีของภาครัฐบาลมีดังนี้ กลุ่มรายได้ต่ำสุดรับภาระต่ำสุดร้อยละ 21.57 กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดรับภาระร้อยละ 26.55 กลุ่มที่รับภาระสูงสุด ได้แก่ กลุ่มประชากรที่แบ่งตามระดับรายได้กลุ่มที่ 6 (Decile 6) รับภาระร้อยละ 26.85 ส่งผลทำให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 10 (20) ต่อสัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 10 (20) ลดลงเป็น 19.25 เท่า (10.77 เท่า) เมื่อเปรียบเทียบกับ 20.70 (11.50) ในกรณีรายได้ก่อนภาษี เมื่อพิจารณากรณีที่อุปสงค์และอุปทานมีความยืดหยุ่นได้ พบว่า กลุ่มรายได้สูงสุดเป็นกลุ่มรับภาระสูงสุดร้อยละ 26.92 และกลุ่มรายได้ต่ำสุดเป็นกลุ่มรับภาระต่ำสุดร้อยละ 17.67 ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 10 (20) ต่อสัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 10 (20) ลดลงเป็น 18.36 เท่า (10.32 เท่า) รายได้ภาครัฐบาลสามารถทำให้ความไม่เท่าเทียมกันเพิ่มขึ้นหรือลดลง ในกรณีฐาน สัมประสิทธิ์จีนีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.501 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.2 แต่ในกรณีอุปสงค์และอุปทานมีความยืดหยุ่น สัมประสิทธิ์จีนีลดลงเป็น 0.461 เป็นการลดลงถึงร้อยละ 5.9

คำสำคัญ: การกระจายภาระภาษี, การกระจายรายได้ของบุคคล, ความไม่เท่าเทียมกัน, และสัมประสิทธิ์ความไม่เท่าเทียมกัน

จำนวนผู้เข้าชมบทคัดย่อ 1090 ครั้ง
จำนวนดาวน์โหลดเรื่องเต็ม 1095 ครั้ง

คณะเศรษฐศาสตร์ มก.  :  ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มก.  :  วารสารกลุ่มสาขาเศรษฐศาสตร์ :  ศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย (TCI)
ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Download Acrobat Read : Download Thai Firefox
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซด์ 2172100 คน
ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
50 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพ 10900 โทรศัพท์/แฟกซ์: 02 5615037
e-mail : aej.journal@gmail.com